ลิขิตชีวิต


ลิขิตชีวิต

         

ร.ต.ภาพพจน์เคยมีคนบอกว่า  “ในโลกมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอยู่เสมอ”  เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังบอมประสบอุบัติเหตุ  เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2549  ถูกกำหนดให้เป็นบททดสอบที่ยากแสนสาหัส  เราต้องทุกข์และลูกต้องทรมาน ลิขิตชีวิตจากการยื้อแย่งชีวิต  จากความเสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา  จากสภาพที่อาจเสียดวงตาข้างขวา  และจากวิกฤตการติดเชื้อดื้อยา  ทุกย่างก้าวที่เราผ่านมาได้  ช่วยยืนยันเป็นอย่างดีว่าคำพูดนี้เป็นเรื่องจริง 

              ถึงจะมีปาฏิหาริย์   แต่ผลพวงที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น  ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องของลิขิตชีวิต  ที่ต้องอดทนฟันฝ่ากับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง  เพราะชีวิตถูกลิขิตไว้ล่วงหน้า

              เพียงแค่เสียววินาทีของชีวิต  ม่านแห่งอนาคตถูกกระชากขาดสะบั้นแบบไร้ความปรานีทั้ง ๆ ที่บอมเพิ่งจะเป็นผู้ใหญ่  และเริ่มก้าวไปบนเส้นทางที่ใฝ่ฝัน  ได้เริ่มชีวิตการทำงานเป็นนายทหารเรือพรรคนาวิกโยธิน ที่เพิ่งจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิต  และสร้างความก้าวหน้าให้กับตนเองได้เพียง 2  ปีเท่านั้น

               สมองคิดวนเวียนอยู่กับคำถามว่า “แล้วต่อไปอนาคตของลูกจะเป็นอย่างไร”  มีบ้างที่แม่ความคิดฟุ้งซ่านน้อยใจผิดหวังในโชคชะตา เสียใจกับสิ่งโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับ  “ลูก”  ที่เป็นที่สุดของชีวิตพ่อแม่ ทำใจยากนะเพราะเราเฝ้าเลี้ยงดู ประคับประคองทั้งร่างกายและจิตใจของลูกมานานถึง 25  ปี

              ลิขิตชีวิตที่เป็นจุดสะดุดของชีวิต ทำให้เราเหมือนตกฮวบลงในเหวลึก ที่ต้องใช้ความมานะพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมา เพื่ออย่างน้อยกลับมายืน ณ จุด ๆ เดิม ปาฏิหาริย์ที่ผ่านเข้ามาช่วยชีวิตบอม เปรียบเหมือนตายแล้วเกิดใหม่  นับหนึ่งจากมีลมหายใจ พัฒนาขึ้นถึงขั้นหัดนั่ง หัดยืนและหัดเดิน ต้องทำกายภาพบำบัด และกินยาอย่างเคร่งครัด

               ขณะนี้เวลาผ่านไปหนึ่งปี  สภาพร่างกายของบอมดีขึ้นมาก ๆ  แต่ยังไม่เต็มร้อย เพราะออกกำลังกายหนักไม่ได้  วิ่งไม่ได้  แต่จิตใจบอมสู้เต็มที่  มีบางครั้งความคิดและการกระทำของบอมเหมือนคนเดินในที่มืด  แม่คิดบอกกับตัวเองว่า พอถึงจุดหนึ่งลูกต้องพบแสงสว่างแน่นอน  เพียงแต่ลูกจะเจอแสงนั้นช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

               บ่อยครั้ง ที่ต้องคอยประคับประคองสภาพจิตใจบอม  ในแต่ละวันเราปรับชีวิตประจำวันใหม่  ให้มีเวลาทุ่มเทอย่างเต็มที่กับการดูแลลูก และพยายาม สื่อให้ลูกรู้ว่า  “ ลูกมีความหมายต่อพ่อแม่มาก”  ซึ่งบางครั้ง ลูกอาจไม่เข้าใจ  หรืออาจเป็นเพราะผลกระทบจากความเจ็บป่วยทางสมอง  ที่ทำให้ขาดเหตุผล  บางครั้งไม่ได้ดังใจจะโกรธ  หงุดหงิด  และอารมณ์เสีย  ซึ่งมีบ้างที่เราเกิดท้อแท้แต่ในที่สุดพ่อและแม่ก็มักให้กำลังใจกันและกันด้วยคำพูด  พยายามปรับตัวเรียนรู้ และเข้าใจถึงความเจ็บป่วย  หาทางลดความเครียดในครอบครัว  และเมื่อไหร่ที่เหนื่อยมาก หรือคิดมาก เราก็จะมองย้อนไปยังคนที่แย่มากกว่าเรา  เข้าใจว่าเขาคงทุกข์หนักกว่าเราหลายเท่า

                จากจุดเปลี่ยนแปลงของชีวิต มีหลายครั้งบอมมักจะพูดถึง “เครื่องหมาย รบพิเศษ” ที่บอมยังไม่สามารถไขว่คว้ามาได้  พ่อผู้คอยอยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจเป็นความอบอุ่นที่สร้างพลังชีวิตให้บอม  พ่อให้หลักคิดว่า “การดำรงและใช้ชีวิตของทหารนาวิกโยธินไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องหมายที่ประดับอก  แต่ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้วิธีจัดการกับจิตใจตนเอง ที่นำไปสู่ความสามารถในการทำงาน   สร้างสิ่งดี ๆ ได้มากมาย”

               เราสูญเสียความสุข  และความรู้สึกดี ๆ  จากลิขิตชีวิตร้าย ๆ ในครั้งนี้  หากคิดด้วยความเป็นเหตุเป็นผลในเรื่องกรรม ที่เราอาจจะทำไปแบบไม่ตั้งใจหรือตั้งใจ  ประกอบกับพ่อเคยตั้งจิตอธิฐานของต่อพระพุทธ  ด้วยสัญญาว่า  ถ้าลูกหายป่วยจะขอให้บวช   เราจึงคิดให้ลูกบวช เพื่อใช้พระธรรมตัดทอนความทุกข์  สร้างสิ่งงดงามให้เกิดขึ้น

พ่อ และแม่ตัดผมให้บอม                              บอมขอขมา พ่อ และแม่เพื่อลาบวช

                                                                      

               วันพฤหัสที่  1  มีนาคม  2550  ช่วงเช้าก่อนพิธีบวช บอมนำพานธูปเทียนแพ  เข้ากราบขอขมาคุณยาย ญาติผู้ใหญ่  และพ่อแม่  ภาพบอมในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ค่อย ๆ บรรจงนั่งลงด้วยกิริยานอบน้อม กล่าววาจาขอขมาพ่อกับแม่  ก้มลงโอบกอดลูกตอบรับการอโหสิกรรม  น้ำตาแม่ไหลอาบแก้ม  ภาพดี ๆ เหล่านั้นยังอยู่ในใจ

รับฉายาพระธรรมสาโร

                                                          

               ขณะเป็นพระภิกษุสงฆ์ ช่วงแรก ๆ บอมพยายามปรับตัว ซึ่งลำบากมากกับการควบคุมตนเองให้สำรวมตามวินัยสงฆ์  จนกระทั่งผ่านไป 7 วัน  พระโทรศัพท์มาหาพ่อบอกเล่าระบายความในใจสรุปตอนท้ายว่า  “อยากสึก”  แม่ได้ยินก็ใจหาย  รู้สึกไม่สบายใจ  กลัวมาก  กลัวลูกจะทำอะไรตามใจตัวเอง  ตอนนั้นคิดทำได้เพียงเขียนจดหมายให้ข้อคิดเท่านั้น

              92/22 หมู่บ้านบูรพา  หมู่ 8 ต. บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20250

                                         วันที่ 12  มี.ค. 2550

นมัสการพระธรรมสาโร

โยมแม่เขียนจดหมายมานี้  ก็เพราะเมื่อวันอาทิตย์  โยมแม่ไปเอาหนังสือของอาจิ๋มที่ ม.บูรพา       ตรงทางเข้ามหาวิทยาลัยมีป้ายเขียนว่า  “ ครั้งหนึ่งของลูกผู้ชาย ขณะที่แม่ยังมีลมหายใจ “ ข้าง ๆ มีภาพพระประกอบ  ข้อความนี้สะกิดใจ  ทำให้โยมแม่คิดถึงพระ
               คนบางคนคิดจะบวชก็ต่อเมื่อพ่อหรือแม่ตายไปแล้ว  เป็นการบวชหน้าศพ  ที่เกิดประโยชน์น้อยมาก  แต่ความจริง  การบวชเป็นการเรียนรู้ทางหนึ่ง  คนที่บวชจะได้รู้วิธีการบังคับกิริยามารยาท ทางกาย วาจา ใจ  ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย  และรู้จักพิจารณาถึงบาปบุญคุณโทษ  ที่เป็นสาเหตุให้เป็นคนกตัญญู  โยมแม่จึงปลื้มใจมากที่พระตัดสินใจขอบวช  ตั้งใจปฏิบัติดี  ในขณะที่พ่อแม่ยังมีลมหายใจ
            วันบวช ญาติ ๆ พากันมาช่วยเตรียมงานและร่วมพิธีบวช  เพราะถือว่าเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่  การบวชครั้งนี้  ไม่ได้บวชเพื่อทดแทนคุณบิดามารดาเพียงอย่างเดียว  แต่เป็นการบวชเพื่อทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้ต่อหน้าพระพุทธ  ถ้านึกย้อนถึงการกระทำของโยมพ่อที่ตั้งใจทำทุกทาง สวดมนต์

ไหว้พระ ตั้งจิตอธิฐานขอให้ลูกหายป่วย  ในครั้งนั้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ  เกิดมีปาฏิหาริย์  ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  ทำให้ลูกลุกขึ้นมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ 
             ความโชคดีนี้  ทำให้พระได้บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์  และได้พาให้โยมพ่อ โยมแม่ ญาติ ๆ และผู้ร่วมทำบุญปฏิบัติดี  มีคนบอกโยมแม่ว่า บางคนอยากบวชแต่ไม่ได้บวชจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม  โบราณถือว่ามีมารมาคอยผจญ  ขัดขวางและทำอันตรายไม่ให้ได้บวชตามที่ตั้งใจ
ขณะนี้เป็นพระภิกษุสงฆ์แล้ว  ต้องรู้หน้าที่ปฏิบัติตัวตามกิจของสงฆ์  และฝึกการเจริญสติในทุก ๆ อิริยาบถ  พระใหม่ไม่คุ้นเคยทำได้ยาก  แต่โยมแม่เชื่อว่า “พระต้องทำได้” จากพื้นฐานในชีวิตที่ถูกหล่อหลอมมาจากสายเลือด ทหาร  ที่มีความรับผิดชอบ  ความอดทน  ไม่ทำอะไรตามใจตัวเอง  รู้จักใช้เหตุผล  เพราะฉะนั้นถ้าพระยอมรับใส่ใจรับสิ่งใหม่ ๆ จากการบวช  รวมเข้ากับพื้นฐานในชีวิต  จะทำให้จิตใจได้รับการฝึกให้ละเอียด  สามารถรู้ทันอารมณ์ตัวเอง  ที่นำไป สู่การทำอะไรด้วยความมีสติ     
นับตั้งแต่วันนี้  เหลืออีกไม่กี่วันจะครบ 22 วัน โยมพ่อและโยมแม่เป็นกำลังใจให้พระ  ตั้งใจ  และพยายามปฏิบัติธรรมให้เกิดประโยชน์มากที่สุด  เพื่อวันข้างหน้าสึกออกมาแล้ว จะได้พบแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต  ใช้สติรับ มือกับปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ  และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข  นี่แหละเป็นความสำคัญของข้อความ  “ ครั้งหนึ่งของลูกผู้ชาย  ขณะที่แม่ยังมีลมหายใจ”


               ด้วยพื้นฐานที่บอมเป็นคนคิดดี ทำให้มีสติสามารถควบคุมจิตใจได้   บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนานาน  22  วัน  การประกอบกิจวัตรของสงฆ์  การสวดมนต์ไหว้พระ ทำสมาธิ ปฏิบัติธรรม ช่วยให้รู้จักปล่อยวางและทำให้ร่างกายของบอมดีขึ้น  ซึ่งเป็นผลดีต่อการดำเนินชีวิตในภายหลัง  ลูกต้องจดจำบุญคุณของผู้มีเจตนาดีต่อลูกในครั้งนี้

               เดือนเมษายน  2550  บอมต้องเข้าเรียนในหลักสูตรชั้นนายเรือ ที่ใช้เวลาศึกษานานถึง 6 เดือน ลูกต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งด้านการเรียนรู้  การฝึก  และการทำงานร่วมกับผู้อื่น  มันเป็นความท้าทายที่ลูกต้องใช้ความพยายามและความอดทนมากที่สุด   เพื่อนำไปสู่ผลตอบแทนดี ๆ  ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง

               ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้  ภาพความทรงจำในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตยังคงชัดเจน และผ่านไปอย่างเยือกเย็น มันเป็นบทเรียนที่สอนให้ลูกเรียนรู้ว่า  ชีวิตต้องการสติ  และการใช้เหตุผลในทุกเรื่อง  ไม่เว้นแม้แต่ความรัก  ชีวิตของลูกที่มีพัฒนาการได้ดีเช่นทุกวันนี้  เบื้องหลังของชัยชนะ  เกิดจากหัวใจที่เข้มแข็งของบอม และความรักความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของพ่อแม่

พระธรรมสาโร

               ทุกวันนี้สภาพร่างกายของบอมดีขึ้นเรื่อย ๆ  พ่อแม่รอเพียงพิสูจน์ให้มั่นใจว่าบอมแข็งแกร่ง สามารถดูแลคุ้มครองตัวเอง และอยู่ตามลำพังได้อย่างปลอดภัย  เพราะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า

      เรารักลูก



ตอนต่อไปของลิขิตชีวิตครับ.........